วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558

ผักปลัง ....ผักพื้นบ้านไทย ให้คุณค่าอาหารสูง


ผักเป็นแหล่งที่อุดมด้วยเส้นใยอาหารตามธรรมชาติ  ซึ่งมีทั้งโปรตีน  เกลือแร่ และวิตามิน  โดยเฉพาะวิตามิน เอ บี ซี อี และ เค รวมทั้งอื่น ๆ เช่น ไบโอฟลาโวนอยด์ และน้ำย่อยบางชนิด  ซึ่งล้วนสำคัญและจำเป็นต่อการทำงานขอย่างมีประสิทธิภาพองร่างกาย สิ่งเหล่านี้ล้วนมีอุดมอยู่ในพืชผักพื้นบ้านของไทยหลากหลายชนิด


ผักปลัง เป็นหนึ่งในผักพื้นบ้านไทยที่ มีคุณค่าทางอาหารสูงชนิดหนึ่ง โดยมีใยอาหารสูง มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ เหมาะสำหรับผู้มีปัญหาท้องผูก สำหรับยอดและใบ มีวิตามินหลายชนิด ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส และ เบต้าแคโรทีนสูงมาก ผักปลัง 100 กรัม มีเบต้าแคโรทีนถึง 484.04 ไมโครกรัม นอกจากนี้ ยังมีวิตามินเอ วิตามินบี และวิตามินซี อยู่มากด้วย 

ในปัจจุบันผักชนิดนี้อาจจะไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เนื่องจากผักปลังเป็นผักพื้นบ้านทีมีอยู่ตามท้องถิ่นชนบท โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคอีสานจะพบได้ค่อนข้างมาก  และนำมาประกอบอาหารหลากหลายเมนู ส่วนคนไทยในภาคอื่น ๆ หคนไทยที่อยู่ในเมือง หรือคนไทยรุ่นใหม่อาจไม่เคยรู้จัก และไม่เคยเห็นมาก่อน 
วันนี้เรามาทำความรู้จักผักปลัง อีกหนึ่งผักที่มีคุณประโยชน์กันเถอะ




ผักปลัง  เป็นผักพื้นบ้านดั้งเดิมของไทยอีกชนิดหนึ่ง พบว่า มีอยู่ 2 ชนิด คือ "ผักปลังขาว" และ "ผักปลังแดง" ที่สำคัญ "ผักปลัง" มีคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่งร่วมกันที่หาได้ยากในผักชนิดอื่นๆ นั่นคือ เป็นผักที่มีเมือก (Mucilage) มากเป็นพิเศษ ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยให้ท้องไม่ผูก



ส่วนความแตกต่างระหว่าง ผักปลังขาว และผักปลังแดง คือ ลำต้นและใบของผักปลังขาวมีสีเขียว ส่วนผักปลังแดง มีลำต้นและใบสีม่วงแดง แต่ลักษณะที่เหมือนกันคือ เป็นไม้เลื้อย ผิวเรียบเป็นมัน ใบรูปร่างคล้ายใบพลู แต่เล็กกว่านิดหน่อย ลำต้นและใบอวบน้ำ ขึ้นพาดพันรั้วหรือค้าง ดอกสีขาวหรือม่วงอ่อน ออกตามซอกใบ ผลติดเป็นช่อมีขนาดเล็ก ผลอ่อนมีสีเขียว ผลสุกสีม่วงดำ ชอบแดดรำไร แตกยอดมากในหน้าฝน ส่วนที่ใช้เป็นผักคือ ส่วนยอด ใบ และดอกอ่อน โดยทำให้สุกเสียก่อนถึงจะกินได้


การนำมาประกอบอาหาร
นิยมนำดอกยอดและใบอ่อน รับประทานเป็นผักสดหรือนำมาลวกเป็นผักจิ้มน้ำพริก และใส่แกงอ่อมหอย แกงแคหรือแกงส้ม สำหรับส่วนที่นำมาเป็นยา ได้แก่ ช่อดอก ยอดอ่อน และใบอ่อน โดยมีสารเคมีและสารอาหารสำคัญ คือ มีโปรตีน แป้ง แคโรทีน





สรรพคุณทางยาสมุนไพร   ราก แก้รังแค แก้ท้องผูก เถา แก้พิษ ฝีดาษ ใบ แก้กลาก และ ดอกแก้เกลื้อน

ผักปลังจึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการบริโภคผักที่ปลอดสารพิษ และให้คุณค่าทางอาหารสูง ทั้งยังมีสรรพคุณทางยา และที่สำคัญราคาถูก

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558

ปลูกมะละกอต้นเดียวคุ้มค่า.... เป็นได้ทั้งยาและอาหาร




มะละกอ เป็นไม้ผลชนิดหนึ่ง สูงประมาณ 5-10 เมตร มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง ถูกนำเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผลดิบมีสีเขียว เมื่อสุกแล้วเนื้อในจะมีสีเหลืองถึงส้ม นิยมนำมารับประทานทั้งสดและนำไปปรุงอาหาร เช่น ส้มตำ  แกงส้ม  ฯลฯ หรือนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ก็ได้  ส่วนผลสุกใช้รับประทานเป็นผลไม้



ลักษณะทั่วไป
มะละกอเป็นไม้ล้มลุก (บางครั้งอาจเข้าใจผิดว่าเป็นไม้ยืนต้น) เป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว 5-9 แฉก เกาะกลุ่มอยู่ด้านบนสุดของลำต้น ภายในก้านใบและใบมียางเหนียวสีขาวอยู่ มะละกอบางต้นอาจมีดอกเพียงเพศเดียว แต่บางต้นอาจมีดอกได้ทั้งสองเพศก็ได้ ผลเป็นรูปรี อาจหนักได้ถึง 9 กิโลกรัม ผลดิบมีสีเขียว และมีน้ำยางสีขาวสะสมอยู่ที่เปลือก ส่วนผลสุก เนื้อในจะมีสีเหลืองถึงส้ม มีเมล็ดสีดำเล็ก ๆ อยู่ภายในกินไม่ได้
ประโยชน์
นอกจากการนำมะละกอไปรับประทานสด ๆ แล้ว เรายังสามารถนำไปปรุงอาหาร เช่น ส้มตำ แกงส้ม ฯลฯ หรือนำไปหมักเนื้อให้นุ่มได้อีกด้วย เพราะในมะละกอมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งเรียกว่า พาเพน (Papain)     ซึ่งสามารถนำเอนไซม์ชนิดนี้ไปใส่ในผงหมักเนื้อสำเร็จรูป บางครั้งนำไปทำเป็นยาช่วยย่อยสำหรับผู้ที่มีปัญหาอาหารไม่ย่อยก็ได้   

สำหรับสารอาหารในมะละกอนั้นมีดังนี้

เนื้อมะละกอสุก
สารอาหาร
ปริมาณสารอาหารต่อมะละกอสุก 100 กรัม
โปรตีน
0.5 กรัม
ไขมัน
0.1 กรัม
แคลเซียม
24 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส
22 มิลลิกรัม
เหล็ก
0.6 มิลลิกรัม
โซเดียม
4 มิลลิกรัม
ไทอะมีน
0.04 มิลลิกรัม
ไรโบฟลาวิน
0.04 มิลลิกรัม
ไนอะซิน
0.4 มิลลิกรัม
กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี)
70 มิลลิกรัม
 สรรพคุณทางยาของมะละกอ
สรรพคุณของมะละกอมีมากมายนัก ใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาโรคได้
1. แก้อาการขัดเบา ใช้รากสด (1 กำมือ) 70-90 กรัม รากแห้ง 25-35 กรัม หั่นต้มกับน้ำ กรองดื่มเฉพาะน้ำ วันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ถ้วยชา(75 มิลลิลิตร) ดื่มก่อนอาหาร
2. เป็นยาระบายอ่อนๆ การกินเนื้อมะละกอสุก ช่วยเป็นยาระบายอ่อนๆ เพราะไปช่วยเพิ่มจำนวนกากไยอาหาร ดังนั้นเนื้อผลสุกมะละกอจะช่วยระบายอ่อนๆ แก้ท้องผูก
3.เปลือกมะละกอ - ทำน้ำยาขัดรองเท้าได้ ผลสุก - เป็นมีสรรพคุณป้องกัน หรือแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน เป็นยาระบาย
4.ยางจากผลดิบ - เป็นยาช่วยย่อยโปรตีน ฆ่าพยาธิได้
5.รากมะละกอ - ขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา
6.ใช้เป็นยาระบาย :ใช้ผลสุกไม่จำกัดจำนวน รับประทานเป็นผลไม้
7.เป็นยาช่วยย่อย: 1. ใช้เนื้อมะละกอดิบไม่จำกัด ประกอบอาหาร เช่น ส้มตำ แกง เป็นผักจิ้ม
2. ยางจากผลดิบ หรือจากก้านใบ ใช้ 10-15 กรัม หรือถ้าเป็นตัวยาช่วยย่อย เพราะในยางมะละกอมีสารที่เรียกว่า Papain
8.เป็นยากัน หรือแก้โรคลักปิดลักเปิด โรคเลือดออกตามไรฟัน: ใช้มะละกอสุกรับประทานเป็นผลไม้ ให้วิตามินซีสูง
9.เท้าบวม: เอาใบมะละกอสดตำให้แหลกผสมกับเหล้าขาว ใช้พอกเท้าที่บวมลดอาการบวมลงได้
10.แก้เคล็ดขัดยอก: ใช้รากมะละกอสดตำให้แหลกผสมเหล้าโรงพอก
11.โดนหนามตำหรือหนามหักคาเนื้อใน: ให้บ่งปากแผลเปิดออก เอายางมะละกอดิบใส่หนามจะหลุดออก
12.คันเพราะพิษของหอยคัน: ให้ใช้ยางมะละกอดิบทาเช้า-เย็นจนหาย
13.เมื่อมีอาการปวดตามข้อและหลัง: รับประทานมะละกอสุกเป็นประจำป้องกันและบำบัดโรคปวดข้อปวดหลังได้ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ไม่มีแรง ใช้รากมะละกอตัวผู้แช่เหล้าขาวให้ท่วมยาไว้ 7 วัน และกรองเอาน้ำใช้ทาแก้ปวดข้อและกล้ามเนื้อเปลี้ยอ่อนแรง ลดอาการปวดบวม ให้เอาใบมะละกอสดย่างไฟหรือลวกกับน้ำร้อนแล้วประคบบริเวณที่ปวด หรือตำพอหยาบห่อด้วยผ้าขาวบางทำเป็นลูกประคบ
14.ถ้าโดนตะปูตำเป็นแผล: ให้เอาผิวลูกมะละกอดิบตำพอกแผล เปลี่ยนยาวันละ 2 ครั้ง แผลน้ำร้อนลวก ใช้เนื้อมะละกอดิบต้มให้สุกจนเปื่อย ตำพอกที่แผล แผลพุพอง ใช้ใบมะละกอแห้งกรอบบดเป็นผง ผสมกับน้ำกะทิพอเหนียวข้น ใช้พอกหรือทาที่แผลวันละ 2-3 ครั้ง
15.แก้ผดผืนคัน: ใช้ใบมะละกอ 1 ใบ น้ำมะนาว 2 ผล เกลือ 1 ช้อนชา ตำรวมกันให้ละเอียดเอาทั้งน้ำและเนื้อทาแผลบ่อยๆ กลาก เกลื้อน ฮ่องกงฟุตหรือเท้าเปื่อย ใช้ยางของลูกมะละกอดิบทาวันละ 3  ครั้งฆ่าเชื้อราได้

อ้างอิงข้อมูล  :
  ข้อมูลจาก http://www.philippineherbalmedicine.org/papaya.htm
 ข้อมูลจาก  https://th.wikipedia.org/wiki/มะละกอ

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2558

คุณเกิดวันอะไร..มาปลูกต้นไม้ให้ถูกโฉลกวันเกิดกันเถอะ


หลายคนคิดอยากจะปลูกไม้ไว้เชยชม แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้สักทีว่าจะปลูกต้นอะไรจึงจะเหมาะใจ  โดยเฉพาะผู้ที่มีบ้านในพื้นที่ที่จำกัด  เช่น   คอนโดมิเนียม  หรือบ้านจัดสรรแบบทาวเฮ้าส์   หรือแม้แต่บ้านจัดสรรแบบบ้านเดี่ยวก็ตาม เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจ  เราอาจจะเริ่มจากการเลือกปลูกต้นไม้ที่ถูกโฉลกกับตัวเรา น่าจะเป็นการดี นั่นคือ เรามาปลูกต้นไม้ตามวันเกิดกันดีไหมคะ  นอกจากเราจะได้ต้นไม้ไว้ชื่นชมสมใจแล้ว  ยังมีความเป็นสิริมงคล  เสริมบารมีให้เราได้ด้วย   มาดูกันว่าต้นไม้มงคลเสริมบารมีทั้งเจ็ดวันมีต้นอะไรบ้าง 

คนเกิดวันอาทิตย์   อุปนิสัยอารมณ์ร้อน โกรธง่ายหายเร็ว สุภาพอ่อนโยน คล่องแคล่ว ชอบพบปะผู้คน พูดจาดีมีหลักการ ใจอ่อนรักหลงคนง่าย ค่อนจะเจ้าชู้แต่รักใครแล้วจะทุ่มเทสุดชีวิต ชอบเดินทางท่องเที่ยวผจญภัย
ไม้มงคลของคนที่เกิดวันอาทิตย์
 จะเป็นไม้ดอกสีเหลือง หรือสีส้ม เนื่องจากสีเหลืองและสีส้มเป็นสีที่ถูกโฉลก กับคนที่เกิดวันอาทิตย์   ต้นไม้ที่เป็นสิริมงคลของคนเกิดวันอาทิตย์  มีดังนี้  โป๊ยเซียน  โกสน  จำปา ชบา  ราชพฤกษ์ (คูน) และกุหลาบ



คนเกิดวันจันทร์  ช่างเอาใจผู้อื่นและก็ชอบให้ผู้อื่นเอาใจด้วยเช่นกัน มีความละเอียดรอบคอบ พิถีพิถัน เป็นคนเจ้าสำราญ มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีน้ำใจ ชอบความหรูหราคบเพื่อนสูงศักดิ์ เป็นผู้มีความรู้ดี มีสติปัญญาดี ใฝ่รู้ มักไม่ตกอับเนื่องจากมีผู้ใหญ่ให้ความอุปถัมภ์อยู่เสมอ
ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันจันทร์
   ถ้าเป็นไม้ดอกควรเป็นไม้ที่มีดอกสีขาวหรือเหลืองจะถูกโฉลกมาก คนเกิดวันจันทร์จะมีต้นไม้มงคลให้เลือกปลูก ดังนี้  กวนอิม  แก้ว   วาสนา   ราตรี   จำปี   มะลิ  พลูด่าง โป๊ยเซียน   นอกจากนี้ถ้าจะปลูกไม้ผลที่ให้มงคลแก่คนวันจันทร์  มีดังนี้  มะม่วง   มะยม  ฝรั่ง  หรือแม้กระทั่ง มะละกอ  หรือพืชผักจำพวก  ชะพลู  บัวบก และ กระถิน  ก็ดีไม่น้อย
 


คนเกิดวันอังคาร  อุปนิสัยเป็นคนจิตใจกล้าหาญ ใจนักเลง มีบุคลิกที่ดูเหมือนก้าวร้าวเพราะพูดจาไม่อ่อนหวาน แต่พูดในทางผลประโยชน์ได้ดี พูดจาไม่เกรงใจใคร ทั้งที่จริงใจจึงไม่ค่อยมีเพื่อนแท้ อารมณ์ร้อน มีความอดทนสูง เป็นนักต่อสู้ทั้งใจและกาย ชอบงานอิสระที่ไม่ต้องใช้ความประณีต
ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันอังคาร
 สีมงคลของคนวันอังคารคือ สีแดง หรือชมพู ดังนั้นไม้ดอกที่ปลูกควรเป็นสีใดสีหนึ่งนี้ ไม้ประดับที่เป็นสิริมงคล ได้แก่  กุหลาบ  โกสน โป๊ยเซียน   เข็ม  อัญชัญ  ชบา  พญายอ


คนวันพุธ  อุปนิสัยทั่วไปเป็นคนมีเสน่ห์ มีจิตใจและน้ำใจไมตรีดี พูดจาเปิดเผยตรงไปตรงมา รักและซื่อสัตย์ต่อเพื่อนฝูง ใจกว้าง ชอบเลี้ยงเพื่อนฝูงให้มีความสุข ชอบเรื่องบันเทิงใจไม่เคร่งเครียดกับชีวิต ดูเป็นคนเรื่อยๆ เฉื่อยๆ เอาแต่สบาย แต่ความจริงไม่ใช่คนเกียจคร้าน ขี้ใจน้อย หูเบา ชอบให้คนเอาใจ ทำอะไรไม่ค่อยคิดให้ถ้วนถี่ สะเพร่า
ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันพุธ
 มีหลายชนิด ไม่ว่าจะเกิดพุธกลางวันหรือกลางคืนจะมีไม้มงคลอย่างเดียวกัน และควรเลือกที่มีดอกสีเหลืองซึ่งเป็นสีต้องโฉลก  ได้แก่  กวนอิม  กุหลาบ  โกสน  โป๊ยเซียน ชบา  ราชพฤกษ์ (คูน)  พลูด่าง   หรือจะเป็นไม้ที่ผล  ประเภท  กล้วย และ มะละกอ ก็ดี


คนเกิดวันพฤหัสบดี    มีความมุ่งมั่น และตั้งใจสูง ตัดสินใจแล้วยากที่จะเปลี่ยนแปลง มีความทะเยอทะยาน ต้องการทั้งชื่อเสียง เกียรติยศ และฐานะ จะวางแผนอย่างรอบคอบและอดทนรอคอยอย่างใจเย็น

ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี ควรเป็นไม้ดอกสีขาวจึงจะต้องโฉลก  ได้แก่  แก้ว  กุหลาบ  จำปี ราตรี  มะลิ  พุด  ส่วนไม้ผล ได้แก่    มะละกอ  ให้คุณดีนักแล  

คนเกิดวันศุกร์   มีความรู้ความสามารถโดดเด่น รักเพื่อนฝูง มีน้ำใจเมตตากรุณา ทำคุณคนไม่ขึ้น ไม่ทะเยอทะยาน ชอบชีวิตสุขสงบ มั่นคง ปลอดภัย ไม่นิยมเสี่ยงโชค
ไม้มงคลสำหรับคนที่เกิดวันศุกร์   
 มีดังนี้   กุหลาบ  โกสน  เข็ม  ชบา  โป๊ยเซียน  อัญชัญ


คนวันเสาร์     มีเพื่อนมากหลากหลายประเภทเพราะเป็นคนถึงไหนถึงกัน มีความอดทนดีแต่ไม่ชอบสิ่งซ้ำซาก เป็นคนอยากรู้อยากเห็น ชอบแสวงหาอะไรใหม่ ๆ และเป็นคนดื้อเงียบ 
ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันเสาร์  
  มีดังนี้   กวนอิม  จำปี  จำปา  มะลิ   ราชพฤก์ (คูน)   วาสนา               ส่วนไม้ผล  ได้แก่   ชมพู่  ฝรั่ง  มะละกอ และ มะม่วง